
โรคไข้หัดสุนัขเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่าย และอาการของโรคมักจะรุนแรง โรคไข้หัดสุนัขเกิดจากเชื้อไวรัส Canine Distemper Virus (CDV) สุนัขทั่วไปมักจะติดโรคผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสุนัขที่ติดเชื้อ แต่ด้วยการทำความเข้าใจและการรักษาอย่างทันท่วงที เราสามารถปกป้องเจ้าตัวน้อยจากโรคร้ายนี้ได้ มาเจาะลึกทุกประเด็นน่ารู้เกี่ยวกับโรคไข้หัดในสุนัขไปด้วยกัน
โรคไข้หัดสุนัขคืออะไร?
โรคไข้หัดในสุนัขติดต่อง่ายและมักเป็นอันตรายถึงชีวิต โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มพาราไมโซไวรัส (Paramyxovirus) โดยจะโจมตีไปที่ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ไวรัสชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหัดในมนุษย์
โรคไข้หัดสุนัขส่งผลกระทบอย่างไร?
ไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจะโจมตีอวัยวะและระบบสำคัญต่าง ๆ เมื่อน้องหมาติดโรคหัดสุนัข อาการที่พบได้คือมีไข้ ไอ ท้องเสีย อาเจียน และอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น ชักและเป็นอัมพาต อาการของไข้หัดสุนัขระยะแรกอาจเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย คล้ายอาการป่วยของโรคทั่วไป เช่น เซื่องซึมและความอยากอาหารลดลง การสังเกตอาการผิดปกติและการรักษาโรคไข้หัดสุนัขตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ
ความเสี่ยงต่อการติดโรคไข้หัดสุนัข
สุนัขทุกตัวมีความเสี่ยง แต่ลูกสุนัขที่มีอายุน้อยกว่า 4 เดือนและสุนัขที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากที่สุด โดยทั่วไปโรคไข้หัดหมาจะแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการหายใจเอาเชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเข้าไป นอกจากนี้โรคไข้หัดหมายังติดต่อผ่านการใช้ชามน้ำและชามอาหารร่วมกันอีกด้วย
สัญญาณเตือนและอาการของโรคไข้หัดสุนัข
การเรียนรู้สัญญาณเตือนของโรคไข้หัดในสุนัขตั้งแต่ระยะแรก ๆ มีความสำคัญต่อการรักษาและการฟื้นตัวอย่างมาก หากน้องหมาของคุณติดโรคหัดสุนัข อาการที่พบได้มีดังนี้
อาการของไข้หัดสุนัขระยะแรก
- ตาแฉะ มีขี้ตาลักษณะขุ่น
- มีไข้
- มีน้ำมูก
- เซื่องซึม
- ความอยากอาหารลดลง
ปัญหาในระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ
- ไอ
- อาเจียน
- ท้องเสีย
- หายใจลำบาก
- ปอดบวม
ปัญหาทางระบบประสาท
- กล้ามเนื้อกระตุก
- ชัก
- หัวเอียง เดินเซ
- เดินวนเป็นวงกลม
- อัมพาตบางส่วนหรือทุกส่วนของร่างกาย
- กรามค้างหรือกระตุก
โรคอุ้งเท้าแข็ง (Hard Pad Disease)
- ความหนาและแข็งของแผ่นรองฝ่าเท้าและจมูก
เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบจากการติดเชื้อโรคหัดสุนัข อาการผิวหนังชั้นนอกบริเวณฝ่าเท้าหนาตัวขึ้นจะทำให้ลักษณะการเดินของสุนัขผิดแปลกไป อย่างไรก็ตาม โรคไข้หัดสุนัขในสุนัขเป็นโรคร้ายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง ผู้เลี้ยงจึงควรทำความเข้าใจอาการของโรค ตั้งแต่ระยะแรกไปจนถึงระยะที่แสดงปัญหาทางระบบประสาทอย่างรุนแรง
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไข้หัดสุนัข
เพื่อปกป้องเจ้าตัวน้อยของคุณจากโรคร้ายนี้ เรามาทำความเข้าใจสาเหตุของโรคไข้หัดในสุนัขไปพร้อม ๆ กัน
การสัมผัสโดยตรง
โรคไข้หัดสุนัขในสุนัขแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยสุนัขสามารถติดเชื้อไวรัสได้จากพังพอน แร็กคูน สุนัขจิ้งจอก และสัตว์ป่าชนิดอื่นด้วย
การแพร่เชื้อทางอากาศ
เมื่อสุนัขที่ติดเชื้อไอ จาม หรือเห่า ไวรัสจะถูกปล่อยสู่อากาศ สุนัขที่อยู่ใกล้เคียงอาจสูดละอองไวรัสเหล่านี้เข้าไป ทำให้เกิดการติดเชื้อโรคไข้หัดหมา
การสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน
ชามอาหารและชามน้ำ ตลอดจนสิ่งของอื่น ๆ ที่ปนเปื้อน อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัส ทำให้สุนัขมีโอกาสติดโรคไข้หัดหมาได้
การสัมผัสสารคัดหลั่ง
การสัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะ และอุจจาระของสุนัขที่ติดเชื้อเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของโรคไข้หัดหมา และไวรัสชนิดนี้ก็สามารถแพร่เชื้อได้เป็นเวลาหลายเดือน
การติดต่อจากแม่สู่ลูก
แม่สุนัขที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไวรัสไปยังลูกสุนัขในท้องได้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดหมาจึงเป็นการดูแลที่สำคัญมาก
การป้องกันโรคไข้หัดสุนัข
สำหรับโรคไข้หัดในสุนัขนั้น การป้องกันดีกว่าการรักษา โดยวิธีป้องกันที่จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยของคุณห่างไกลจากโรคไข้หัดสุนัขมีดังนี้
วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข
การป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีน ลูกสุนัข ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขเมื่อถึงวัยที่เหมาะสมหรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ รวมถึงต้องฉีดกระตุ้นเป็นประจำเพื่อรักษาภูมิคุ้มกัน โดยวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขจัดเป็นวัคซีนหลักที่ลูกสุนัขและสุนัขทุกตัวควรได้รับ
การลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้หัดสุนัข
ต่อไปนี้คือคำแนะนำง่าย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้หัดสุนัขในสุนัข
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการพบปะน้องหมาตัวอื่น ๆ เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย
- หลีกเลี่ยงการพาน้องหมาออกนอกบ้านหรือคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นจนกว่าจะได้รับวัคซีนครบถ้วน
เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น คุณก็จะสามารถปกป้องเจ้าตัวน้อยจากผลกระทบที่รุนแรงของโรคไข้หัดในสุนัขได้
การวินิจฉัยและการรักษาโรคไข้หัดสุนัข
1.การวินิจฉัยโรคไข้หัดในสุนัข
หากพูดถึงการวินิจฉัยโรคหัดสุนัข อาการแสดงของโรคและการทดสอบในห้องปฏิบัติการคือปัจจัยสำคัญ สัตวแพทย์จะมองหาอาการเฉพาะ เช่น มีไข้ น้ำมูกไหล และปัญหาทางระบบประสาท โดยการระบุสัญญาณเริ่มแรกของโรคมีความสำคัญมากต่อการรักษา
2.ข้อจำกัดในการรักษาโรคไข้หัดสุนัข
น่าเสียดายที่ไม่มีแนวทางและยาจำเพาะในการรักษาไข้หัดสุนัข วิธีรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาตามอาการและการดูแลแบบประคับประคอง สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนป้องกัน
การดูแลสุนัขป่วยแบบประคับประคอง
เนื่องจากยังไม่มียาต้านเชื้อไวรัสโรคไข้หัดสุนัข วิธีรักษาจะเน้นไปที่การดูแลสุนัขป่วยแบบประคับประคอง ซึ่งมีวิธีดังนี้
- การให้สารน้ำ – การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำจะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำที่เกิดจากการอาเจียนและท้องเสีย
- การใช้ยา – ยาลดอาเจียน ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน และยาต้านอาการชักในกรณีที่มีปัญหาทางระบบประสาท
- การแยกตัว – แนะนำให้แยกสุนัขที่ติดเชื้อออกจากสุนัขตัวอื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
การดูแลแบบประคับประคองเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้ก็จริง แต่สุนัขบางตัวอาจมีอาการทางระบบประสาทตลอดชีวิต การวินิจฉัยและการรักษาโรคไข้หัดสุนัข รวมกับการป้องกัน เช่น การฉีดวัคซีน จึงมีความสำคัญอย่างมากในการรับมือกับโรคร้ายนี้
โปรดจำไว้ว่า การฉีดวัคซีนคือการป้องกันที่ดีที่สุด และยิ่งตรวจพบอาการได้เร็วเท่าไหร่ การรักษาก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการติดตามข่าวสารและเรียนรู้วิธีสังเกตสัญญาณเตือนของโรค เพียงเท่านี้เจ้าตัวน้อยของคุณก็จะห่างไกลจากโรคไข้หัดสุนัขแล้ว